สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

พิษของสารคลอรีน 3

พิษของสารคลอรีน 3

โรคจากคลอรีนหรือสารประกอบของคลอรีน

อาการแสดงที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค

อาการปัจจุบัน

ระบบทางเดินหายใจ

การสัมผัสคลอรีนที่ความเข้มข้นต่ำ ๆ (1 – 10 ppm) ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อตา   แสบคอ และเกิดการไอขึ้น ที่ความเข้มข้นสูง(30 – 50 ppm) จะกดระบบการหายใจและมีการอุดกั้นระบบการหายใจส่วนต้น   ปอดบวมน้ำ

ระบบหัวใจและหลอดเลือด

การสัมผัสที่ความเข้มข้นสูง ทำให้เกิดภาวะ cardiovascular collapse เนื่องจากขาดออกซิเจน

กระบวนการสันดาป

เกิดภาวะเสียสมดุลกรดด่างในร่างกาย   เนื่องจากเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน หรือเกิดจากมีคลอไรด์อิออน ในเลือดสูง   ในกรณีสูดดมก๊าซคลอรีนเข้าไปปริมาณมาก ๆ

ระบบอื่นๆ

ที่ผิวหนัง เมื่อสัมผัสจะเกิดการระคายเคือง ผิวหนังไหม้ แสบ   มีการอักเสบ และเกิดตุ่มน้ำขึ้น การสัมผัสกับคลอรีนเหลวทำให้เกิด   แผลคล้ายหิมะกัด ที่ตาในขนาดวามเข้มข้นต่ำ เกิดอาการแสบเคืองตา น้ำตาไหล ตาแดง   ถ้าสัมผัสที่ความเข้มข้นสูง อาจทำให้กระจกตาได้รับอันตราย (corneal burns)

ภายหลังการได้รับพิษแบบปัจจุบัน   การทำงานของปอดจะกลับสู่ภาวะปกติภายในระยะเวลา 7   –14 วัน   บางรายอาจยังมีอาการผิดปกติและการทำงานของปอดบกพร่องต่อเนื่องได้ บางรายอาจเกิดภาวะ   Reactive airways dysfunction syndrome (RADS)

แสดงระดับความเข้มข้นของคลอรีนและผลกระทบต่อร่างกาย   2

ระดับความเข้มข้น (ppm)                          ผลต่อร่างกาย

0.2   –   3.5                                     เริ่มได้กลิ่น

1   - 3                                             ระคายเคืองเยื่อเมือกเล็กน้อย สามารถทนได้ถึง 1 ชั่วโมง  

5   – 15                                           ระคายเคืองปานกลางต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบน

                                                      เจ็บหน้าอก หายใจหอบ ไอทันที

40   – 60                                          เกิดปอดอักเสบและปอดบวมน้ำ

430                                                 เสียชีวิตได้ ถ้าสัมผัสเกิน 30 นาที

1000                                               เสียชีวิตภายใน 2 – 3 นาที

 

อาการเรื้อรัง

ใหญ่จะเกิดขึ้นในโรงงาน การสัมผัสกับคลอรีนเป็นระยะเวลานาน ๆ   อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และภาวะ reactive airway dysfunction syndrome (RADS) และยังทำให้เกิดอาการเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง   นอกจากนี้ยังทำให้เกิดผลเสียต่อฟัน เนื่องจากฤทธิ์กัดกร่อน   ส่วนการเป็นสารก่อมะเร็งนั้นยังไม่พบว่าคลอรีนสามารถทำให้เกิดมะเร็งได้   สำหรับผลต่อระบบสืบพันธ์ ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอในสัตว์ทดลองหรือในมนุษย์

อาชีพและลักษณะการทำงานที่ส่งเสริมในการวินิจฉัย

1.   อุตสาหกรรมที่ใช้คลอรีนในการผลิตสารเคมี เช่น hydrochloric   acid, hypochlorite, calcium and zinc chloride, ethylene glycol, สารประกอบ organochlorine สารละลายที่มีคลอรีนประกอบ   (chlorinated solvent) เป็นต้น

2.   โรงงานผลิตเยื่อกระดาษ

3.   อุตสาหกรรมสิ่งทอ

4.   การทำสีย้อม

5.   การผลิตน้ำประปาและการบำบัดน้ำเสีย

6.   โรงงานผลิตพลาสติก

7.   การผลิตน้ำยาทำความสะอาด

8.   การเตรียมอาหารซึ่งใช้คลอรีน ไดออกไซด์ (ClO2 )

9.   คนงานดูแลสระว่ายน้ำ

10.   คนงานซักรีด

11.   การทำเครื่องทำความเย็น

12.   การฟอกขาวแป้ง

13.   การทำเรยอง

14.   การทำสารกำจัดเชื้อ

15.   การผลิตยาและ เครื่องสำอาง

16.   การสกัดโลหะ

การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยัน

1.   การตรวจความสมบูรณ์ของเลือด ระดับน้ำตาลในเลือด   ระดับเกลือแร่ในเลือด

2.   การตรวจภาพรังสีทรวงอก อาจพบลักษณะ interstitial   infiltration หรือ bilateral pulmonary congestion ในรายที่มีอาการแสดงของภาวะปอดบวมน้ำ

3.   การตรวจสมรรถภาพปอด มักพบความผิดปกติเป็นแบบหลอดลมอุดกั้น (obstructive   pattern) บางรายจะพบความผิดปกติ (< 80% predicted FEV1)   ได้นานถึง 7 ปี   มีส่วนน้อยที่ผิดปกติแบบจำกัดการขยายตัว (restrictive pattern) ซึ่งมีรายงาน 2 ราย

4.   Arterial blood gas analysis อาจพบภาวะ hypoxia with a   high alveolar-arterial oxygen difference ซึ่งอาจจะพบได้นานหลายวัน

การตรวจสภาพแวดล้อมในที่ทำงานเพื่อยืนยัน

ค่ามาตรฐานและค่าที่แนะนำให้มีได้ในบรรยากาศการทำงาน

-   OSHA กำหนดให้มีปริมาณคลอรีนในบรรยากาศการทำงานสูงสุดได้ ไม่เกิน 1   ppm หรือ 3 มก/ลบม ไม่ว่าเวลาใด

-    NIOSH แนะนำให้มีปริมาณคลอรีนในบรรยากาศการทำงานสูงสุดได้ไม่เกิน 0.5   ppm ในเวลา 15 นาที คลอรีนมีค่า odor   threshold ระหว่าง 0.02 และ 0.2 ppm และการรับกลิ่นจะเปลี่ยนไปเมื่อมีการสัมผัสสารเคมีนี้อย่างต่อเนื่อง   จึงไม่ใช้กลิ่นในการเตือนถึงระดับอันตราย

-    ACGIHได้แนะนำให้มีปริมาณคลอรีนในบรรยากาศการทำงานเฉลี่ยไม่เกิน 0.5   ppm ตลอดระยะเวลาการทำงาน 8 ชั่วโมง   และไม่เกิน 1 ppm ในเวลา 15 นาที

-    ประกาศกระทรวงมหาดไทย (พ.ศ. 2520) เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม   (สารเคมี) กำหนดให้มีปริมาณคลอรีนในบรรยากาศการทำงานไม่เกิน 1 ppm หรือ 3 มก/ลบม ไม่ว่าระยะเวลาใดของการทำงานปกติ

การเก็บตัวอย่างทางสิ่งแวดล้อม

• ใช้กระดาษกรองชนิด silver membrane   25-mm. 0.45 μm   กับ prefilter PTFE 0.5 μm

อัตราการไหลของกระดาษ   0.3 – 1 ลิตร/นาที

ปริมาตรอากาศต่ำสุด   2 ลิตร

ปริมาตรอากาศสูงสุด   90 ลิตร

• การรักษาตัวอย่างในขณะขนส่ง

นำตลับเก็บตัวอย่างที่มีกระดาษกรอง   บรรจุไว้ในกล่องที่แข็งแรงปิดมิดชิด ป้องกันแสง   มีอุปกรณ์ยึดตลับกรองมิให้เคลื่อน

•   การวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ

Ion   chromatography, conductivity

เกณฑ์ที่ใช้เพื่อการวินิจฉัยโรค

1.   มีอาการและอาการแสดงของการถูกพิษคลอรีน

2.   ลักษณะการทำงานและอาชีพที่เสี่ยงต่อการสัมผัส

3.   ความเข้มข้นของคลอรีนในสิ่งแวดล้อมในการทำงานมีมากพอที่จะทำให้เกิดโรค

แหล่งที่มา    แนวทางและเกณฑ์วินิจฉัยโรคจากการทำงาน   (ฉบับจัดทำพุทธศักราช 2547)

 

 

 

Tags : การฆ่าเชื้อ น้ำ ดื่ม ประปา สระว่ายน้ำ

view