สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

สารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน น้ำยาล้างจาน ล้างห้องน้ำ ล้างส้วม

สารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน น้ำยาล้างจาน ล้างห้องน้ำ ล้างส้วม

สารเคมีที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน

พิษมากภัยมี ใช้กันอย่างมีสติ เลี่ยงได้ก็เลี่ยงกัน ทางเลือกมีอยู่

ผลิตภัณฑ์ ล้าง ห้องน้ำ    ที่มีจำหน่ายจริง  มีหลายกลุ่ม    เช่น        

กลุ่ม  ที่ใช้    กรดเกลือ  ( Hydrochloric acid )    และ  สารลดแรงตึงผิว  ( Surfactant )  
Hydrochloric acid  15 %    ;    Ethoxylate Alcohol  ( 15 EO )  3.8 %    ;    Ethoxylate Alcohol  ( 9 EO )  2.1 %    ;    Linear Alkylbenzene Sulfonate , Sodium Salt  1.31 %             Hydrochloric acid  8.5 %    ;    Ethoxylate Alcohol  ( 15 EO )  4.5 %    ;    Ethoxylate Alcohol  ( 9 EO )  1.2 %    ;    Linear Alkylbenzene Sulfonate , Sodium Salt  1.31 %            
Hydrochloric acid  8.0 %    ;    Ethoxylate Alcohol  ( 15 EO )  4.3 %    ;    Ethoxylate Alcohol  ( 9 EO )  2.8 %    ;    Linear Alkylbenzene Sulfonate , Sodium Salt  1.53 %            
Hydrochloric acid  20 %    ;    Ethoxylate Alcohol  ( 9 EO )  0.7 %        
Hydrochloric acid  15 %    ;    Lauryl Dimethyl Amine Oxide  2.0 %        
Hydrochloric acid  9.4 %    ;    Alkyl Dimethyl Benzyl Ammonium chloride  0.31 %    ;    Alkyl Dimethyl Ethylbenzyl Ammonium chloride  0.31 %        

กลุ่ม  ที่ใช้    กรดเกลือ  ( Hydrochloric acid )    กรดมะนาว  ( Citric acid )    และ  สารลดแรงตึงผิว  ( Surfactant )  
Hydrochloric acid  10.5 %    ;    Citric acid  1.5 %    ;    Ethoxylate Alcohol  ( 9 EO )  0.9 %        
Hydrochloric acid  7.0 %    ;    Citric acid  2.0 %    ;    Ethoxylate Alcohol  ( 9 EO )  2.0 %        

กลุ่ม ที่ใช้    กรดมะนาว  ( Citric acid )    และ  สารลดแรงตึงผิว  ( Surfactant )  
Citric acid  3.5 %    ;    Lauryl Dimethyl Amine Oxide  2.0 %        

กลุ่ม ที่ใช้    ตัวทำละลายอินทรีย์  ( Organic Solvent )  และ  สารลดแรงตึงผิว  ( Surfactant )  
หรือ  ใช้    สารลดแรงตึงผิว  ( Surfactant )  หลายชนิด ผสมกัน        
Diethylene glycol butyl ether  7.5 %    ;    Linear Alkylbenzene Sulfonate , Potassium Salt  2.2 %        
Linear Alkylbenzene Sulfonate , Sodium Salt  4.5 % %    ;    Ethoxylate Alcohol  ( 7 EO )  1.8 %        

กลุ่ม ที่ใช้    โซเดียมไฮโปคลอไรท์  ( Sodium hypochlorite )    และ  สารลดแรงตึงผิว  ( Surfactant )  
Sodium hypochlorite  2.54 %  ( Available Chlorine )   ;    Lauryl Dimethyl Amine Oxide  2.0 %    ;    Linear Alkylbenzene Sulfonate , Sodium Salt  1.31 %            
Sodium hypochlorite  2.7 %  ( Available Chlorine )   ;    Lauryl Dimethyl Amine Oxide  2.0 %    ;    Linear Alkylbenzene Sulfonate , Sodium Salt  1.31 %            

กลุ่ม ที่ใช้    สารลดแรงตึงผิว  ( Surfactant )   และ    Trichloroisocyanuric acid  ( TCCA )    และ    ผงหินปูน  ( Calcium carbonate )        
Linear Alkylbenzene Sulfonate , Sodium Salt  3.0 %    ;    Trichloroisocyanuric acid  0.1 %    ;    Calcium carbonate  88 %        

 

ในอดีตเรามีสบู่ใช้ในการทำความสะอาดร่างกาย เสื้อผ้า และ ของใช้ต่างๆ ถึงแม้ว่าสบู่จะเป็นสารที่มีอันตรายน้อย แต่ก็มีความจำกัดอยู่พอสมควร เนื่องจากในบางภาวะสบู่อาจจะไม่สามารถทำงานได้ดี เช่นกรณีของน้ำกระด้างที่ทำให้สบู่ไม่แตกฟอง จึงได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดขึ้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เรียกว่า "synthetic detergent" หรือ "detergent" ผงซักฟอกเป็นผลิตภัณฑ์แรกของผลิตภัณฑ์ในประเภทนี้ ต่อมาได้มีการดัดแปลงปรับปรุงจนได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่จำเพาะเจาะจง ตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ซึ่งแบ่งได้เป็น

1.ผงซักฟอก

2.น้ำยาล้างจาน

3.น้ำยาทำความสะอาดพื้น

4.น้ำยาทำความสะอาดสุขภัณฑ์

5.น้ำยาเช็ดกระจก

6.น้ำยาฟอกผ้าขาว (Bleach)

7.น้ำยาปรับผ้านุ่ม

8.สารแก้ไขท่อน้ำอุดตัน (Unplug drains)

ในปัจจุบันเกือบทุกบ้านเรือนจะสามารถพบผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ไม่ต่ำกว่า 1-2 ชนิด เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงทำให้เกิดปัญหาจากผู้ป่วยรับประทานผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่เสมอๆ จากสถิติของศูนย์พิษวิทยาปี พ.ศ. 2540 พบว่า มีการปรึกษาจากแพทย์และบุคคลากรทางการแพทย์ เกี่ยวกับปัญหาของผู้ป่วยที่ได้รับประทานผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นอันดับ 2 รองจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ เนื่องจากความหลากหลายของสารเหล่านี้มีมาก จนเป็นการยากที่แพทย์และพยาบาลโดยทั่วไปจะจดจำได้หมด แต่ถ้าหากนำมาวิเคราะห์ดูแล้วก็จะพบว่าไม่ยากเกินไปที่จะเข้าใจผลิตภัณฑ์เหล่านี้ และสามารถวางแนวทางในการดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไปส่วนประกอบสำคัญของ detergent คือสารที่เรียกว่า "surfactant" ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยให้น้ำสามารถแทรกซึมเพื่อชะล้างละลายสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ดีขึ้น surfactant ที่มีใช้ใน detergent สามารถแบ่งออกเป็น (ตารางที่ 1) 1.Nonionic ได้แก่สารพวก alcohol ethoxylates

2.Anionic ได้แก่พวก linear alkyl sulfonates

3.Cationic ได้แก่สารประกอบของ quaternary ammonium

เพื่อให้ detergent ทำงานได้ดีขึ้น บางครั้งจึงมีการเติมสารพวก "builder" ช่วยปรับรักษา pH หรือลด ion ของ calcium เพื่อลดความกระด้างของน้ำลง detergent จึงทำงานได้ดีขึ้น สารพวกนี้ได้แก่ sodium carbonate, sodium metasilcate, sulfate, tripolyphosphate นอกจากนั้นยังมีการเติมสารอื่นๆอีก เพื่อให้มีคุณสมบัติเพิ่มเติมที่แตกต่างจาก detergent ทั่วๆไปอีก ซึ่งเมื่อนำสารทั้ง 8 กลุ่มมาแยกตามส่วนประกอบแล้ว จะได้นี้คือ 1.ผงซักฟอก : Anionic-nonionic detergent

2.น้ำยาล้างจาน : Nonionic dertergent

3.น้ำยาทำความสะอาดพื้น : Anionic-nonionic detergent

4.น้ำยาทำความสะอาดสุขภัณฑ ์: Anionic-nonionic detergent (+) Acid หรือ hypochlorite

5.น้ำยาเช็ดกระจก : Nonionic detergent + isopropanol หรือ ammonia

6.น้ำยาปรับผ้านุ่ม : Cationic detergent

7.น้ำยาฟอกผ้าขาว : hypochlorite หรือ hydrogen peroxide + surfactant

8.สารแก้ไขท่อน้ำอุดตัน : sodium hydroxide (NaOH) หรือ enzymes + microorganism

ในแง่ของความเป็นพิษต่อมนุษย์ สารพวก surfactant มักจะมีผลส่วนใหญ่เป็น local irritant อาการทาง systemic ถึงแม้จะมีบ้างแต่พบได้น้อย พวก Nonionic และ Anionic surfactant จัดเป็นพวก nontoxic ถึง mild irritant อาจจะทำให้ผู้ที่รับประทานเข้าไป มีอาการปวดแสบท้องและอาเจียนได้ ส่วนพวก Cationic detergent จะมีฤทธิ์ระคายเคืองมากกว่า อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของภยันตรายที่เกิดกับระบบทางเดินอาหารนั้น โดยทั่วไปขึ้นกับปริมาณ, ความเข้มข้นของสาร, ระดับ pH หรือปริมาณของอาหารขณะรับประทานเป็นส่วนประกอบ สารที่มีความเข้มข้นไม่มากแต่ปริมาณที่ได้รับมากก็อาจจะก่อให้เกิดความรุนแรงได้เช่นเดียวกัน หรือ รับประทาน surfactant ขณะที่ท้องว่างก็จะเกิดภยันตรายได้มากกว่าเมื่อกระเพาะอาหารมีอาหารอยู่มาก  ถ้าพิจารณาจากส่วนประกอบแล้ว นอกจากอาการเฉพาะที่จาก surfactant ซึ่งจะมีมากหรือน้อยแล้วแต่ปัจจัยที่ได้กล่าวถึงแล้ว สารที่ได้ร่วมด้วยจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเป็นพิษได้ เช่น กรณีของ builder บางตัวทำให้ pH ของ detergent เป็นด่างได้มาก ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ก็เกิดอันตรายจาก pH ซึ่งเกิดจาก builder มากกว่าพวก surfactant นอกจากนั้นอาจจะมี hypochlorite, กรด HCl ซึ่งจะพบในผลิตภัณฑ์นี้เป็นสูตรพิเศษของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสุขภัณฑ์และกำจัดคราบสนิม หรือฆ่าเชื้อโรคผลิตภัณฑ์ฟอกผ้าขาวมักจะเป็น hypochlorite หรือ hydrogen peroxide ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงกว่า โชคดีที่ผลิตภัณฑ์ตามบ้านเรือนมักจะมีความเข้มข้นของสารเหล่านี้ต่ำ (<6%) เมื่อเทียบกับในโรงงานซึ่งจะมีความเข้มข้นสูงกว่า   ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้านเรือนที่อันตรายมากอีกชนิดหนึ่งคือ ผลิตภัณฑ์แก้ไขท่อน้ำอุดตัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็น NaOH ทำให้เกิดภยันตรายต่อทางเดินอาหารที่รุนแรงได้ ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์ในบ้านเรือนเหล่านี้จะมีความหลากหลายด้วยส่วนประกอบของ surfactant กับสารอื่น แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงทำให้เกิดภยันตรายต่อระบบทางเดินอาหารเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นกรด ด่าง หรือ irritant เพียงแต่ว่าความรุนแรงอาจจะมีตั้งแต่ nontoxic ไปจนถึงกับเป็น corrosive agent (เช่นกรณีของ NaOH หรือ HCl) ถ้าหากเป็น nontoxic หรือ mild irrtation ก็เกือบจะไม่ต้องรักษาแต่ประการใด แต่หากว่าเป็น corrosive agent ก็จะต้องรักษาเหมือนการรับประทานกรดหรือด่างโดยทั่วๆไป คือ ไม่ทำให้อาเจียน หลีกเลี่ยงการใส่สายสวนล้างกระเพาะอาหาร ระวังเรื่องระบบทางเดินหายใจ ให้ IV fluid และพิจารณาทำ gastroscope เพื่อประเมินความรุนแรงของภยันตรายที่เกิดขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงแรก หลังจากที่ผู้ป่วยรับประทานผลิตภัณฑ์นั้นเราจะสามารถวินิจฉัยได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับภยันตรายแบบไหน ก็โดยอาศัยประวัติว่ารับประทานผลิตภัณฑ์ชนิดใด ซึ่งจะต้องเน้นไปถึงสูตรไหนของผลิตภัณฑ์นั้น เพราะชื่อเดียวกันอาจจะมีหลายสูตรที่ทำให้ส่วนผสมต่างกันได้มาก เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำชื่อ"เป็ด" มีอยู่ทั้งสิ้น 5 สูตร บางสูตรมีเพียงส่วนผสมของ surfactant 2 ชนิดเท่านั้น แต่บางสูตรมี HCl หรือ hypochlorite ร่วมด้วย เมื่อได้ชื่อที่แน่ชัดแล้ว หากสามารถติดต่อเข้ามาที่ศูนย์พิษวิทยาได้ ก็จะได้รายละเอียดโดยง่ายว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีสารที่เป็นอันตรายมากหรือไม่  การศึกษาผู้ป่วยที่ได้รับประทานสารประเภท corrosive agent พบว่าส่วนใหญ่อาการของผู้ป่วยจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงความรุนแรงของภยันตรายต่อระบบทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี มีเพียง 1/8 ของผู้ป่วยที่ไม่มีอาการอะไรเลยหลังรับประทานสารประเภทนี้ แล้วตรวจพบว่ามีแผลในระบบทางเดินอาหาร แต่ถ้าผู้ป่วยมี 2 ใน 3 ของอาการต่อไปนี้คือ กลืนลำบาก, อาเจียน, หายใจลำบาก โอกาสเกิด significance esophageal injury จะมีสูงถึง 50% เมื่อประเมินความรุนแรงที่ได้จากประวัติข้างต้นแล้ว แนวทางในการรักษาก็เป็นไปตาม (รูปที่ 1)แม้ว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเหล่านี้จะมีความหลากหลายในชื่อและส่วนประกอบของสารเคมี แต่เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้ว คงจะไม่ยากเกินไปที่จะทำความเข้าใจและให้การดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมต่อไป

เอกสารประกอบการเรียบเรียง 1.Temple AC. Bleach, soaps, and detergents. In: Haddad LM, Winchester JF (eds). Clinical management of poisoning and drug overdose. 2 nd ed. Philadelphia: W.B. Saunders Company, 1990:1070-5.

2. Gaudrault P, Pavent M, Mc Guigan M, et al. Predictibility of esophageal injury from signs and symptoms: A study of caustic ingestion in 378 children. Pediatrics 1983;71:767-70.

3. Crain EF, Gershel JC, Mezey AP. Caustic ingestions. Am J dis Child 1984;138:863-5.

4. Hoffman RS. Caustics and Batteries. In: Goldfranks LR, Flomenbaum NE, Lewin NA, Hoffman RS (eds). Goldfrank’s toxicologic emergencies. 5th ed. Connecticut: Appleton & Lange, 1994:1245-64.

5.ระบบการค้นข้อมูลเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในบ้านเรือนที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย (ข้อมูลจากกองควบคุมวัตถุมีพิษ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข). ศูนย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี: กรุงเทพมหานคร, 2541.

 

 

 

Tags : น้ำยา ล้างจาน ล้าง ห้องน้ำ ส้วม พื้น พิษ สะสม สิ่งแวดล้อม

view